วิสัยทัศน์(VISION)

กิจการกระจายเสียงเป็นเครื่องในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กองทัพบก และรัฐบาล ให้มีศักยภาพในอันที่จะพิทักษ์รักษาเอกราช และความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนและผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ให้มีความมั่นคงยั่งยืน เพื่อให้หน่วยมีเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่น ตลอดจนสามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้เสมอ โดยเป็นสื่อหลักด้านการบริการสาธารณะ เพื่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยสาธารณะ

พันธกิจ(MISSIONS)

  1. เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กองทัพบกและ รัฐบาล ในการเทิดทูนและป้องป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
  2. เป็นเครื่องมือสนับสนุนเครือข่ายสถานีวิทยุ เพื่อสนับสนุนการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และการพัฒนาประเทศ ในการผลิตกำลังพลสำรอง การเตรียมกำลังพลสำรอง รวมทั้งสนับสนุนเครือข่ายสถานีวิทยุเพื่อการทหารและยุทธศาสตร์ความมั่นคง เพื่อขยายผลในการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการเป็นกำลังพลสำรอง และทหารกองประจำการ ที่มีภาระหน้าที่ในการเข้ารับราชการทหารทั้ง ในยามปกติและยามสงคราม
  3. เป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารด้านความมั่นคง โดยการประชาสัมพันธ์และการปฏิบัติการจิตวิทยา ซึ่งต้องเตรียมให้มีความพร้อมตั้งแต่ยามปกติ
  4.  เป็นเครื่องมือสนับสนุนเครือข่ายสถานีวิทยุ เพื่อสนับสนุนการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การช่วยเหลือประชาชน และการพัฒนาประเทศ ในการใช้กำลังสำรองทุกประเภท ในสถานการณ์ไม่ปกติหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเชิญชวนกลุ่มกำลังพลสำรองในลักษณะจิตอาสา เพื่อบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ตามขีดความสามารถ

แผนยุทธศาสตร์ ( พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๖๐ )

๑. ยุทธศาสตร์การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
๒. ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อความมั่นคง
๓. ยุทธศาสตร์การขออนุญาตใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง
๔. ยุทธศาสตร์การบริหารและกำกับดูแลการประกอบกิจการ
๕. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง
๖. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการประกอบกิจการกระจายเสียง
๗. ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ระบบที่ทันสมัย

ภารกิจ

๑. เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
๒. เพื่อเผยแพร่ความรู้ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนและกองทัพบก
๓. เพื่อสนับสนุนนโยบายของกองทัพบกและรัฐบาลในด้านความมั่นคงของชาติ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ในด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและการส่งเสริมอาชีพอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๔. ส่งเสริมความรู้ด้านวิชาทหาร ให้กับสถาบันการศึกษาหรือสถานศึกษาวิชาทหารต่างๆ ทุกสถาบัน กลุ่มกำลังสำรอง รวมถึงความเข้าใจอันดีระหว่างสถาบันการศึกษากับนักศึกษาวิชาทหาร และระหว่างทหารกับประชาชน

 

ประวัติความเป็นมา

สถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน (ว.รด.) ได้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๒ ซึ่งตรงกับสมัยของ พล.ท.ขุนศิลป์ชัย เป็นเจ้ากรมการรักษาดินแดน นับเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งที่ ๔ ของประเทศไทยซึ่งอยู่ในอัตราของแผนกข่าว โดยได้รับความร่วมมือจาก โรงเรียนช่างกลปทุมวัน ประกอบเครื่องส่งให้ในระบบ เอ.เอ็ม. กำลังส่ง ๖๐ วัตต์ สามารถรับฟังได้ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ความถี่ ๑๑๐๐ KHz โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการฝึกวิชาทหาร ให้แก่นักศึกษาวิชาทหาร เผยแพร่ข่าวสารและกิจการรักษาดินแดน
ต่อมาวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๙๓ ได้ย้ายสถานีวิทยุ ไปอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่ตั้งกรมการรักษาดินแดน และจากการย้ายครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของสถานีวิทยุ กรมการรักษาดินแดน เริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชนกว้างขวางขึ้น
ต่อมาในปี ๒๔๙๖ กรมการรักษาดินแดน ได้ย้ายการบังคับบัญชาจากการเป็นหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม มาเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก พล.อ.สุรใจ พูนทรัพย์ เจ้ากรมการรักษาดินแดน ในขณะนั้นได้รับงบประมาณจากกระทรวงกลาโหมมาจำนวนหนึ่ง นำมาปรับปรุงกิจการกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน โดยได้สั่งซื้อเครื่องส่งจากต่างประเทศจากบริษัท ยี.ซีมอนด์ กำลังส่ง ๑ กิโลวัตต์ จำนวน ๒ เครื่อง คือเครื่องส่งยี่ห้อคอลลินและยี่ห้อเกสท์ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๔๙๘ ทั้งสองเครื่องนี้ได้ใช้ส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุ กรมการรักษาดินแดน ภาคปกติ คลื่น ๑๑๐๐ KHz เรื่อยมาจนถึงปี ๒๕๐๖ และเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๔๙๘ กรมการรักษาดินแดน ได้ย้ายที่ตั้งมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบันคือ บริเวณสวนเจ้าเชตุ ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุ กรมการรักษาดินแดน จึงได้ย้ายตามมาด้วยเช่นกัน
เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๐๒ กองทัพบก มีนโยบายห้ามสถานีวิทยุกรมการรักษาดินแดนและสถานีวิทยุกระจายเสียงอื่นๆ อีกหลายสถานี ส่งออกอากาศในระบบคลื่นสั้น ดังนั้นกรมการรักษาดินแดนจึงได้ติดต่อขอขนาดคลื่นความถี่เพิ่มเติมจำนวน ๓ ความถี่ เพื่อเป็นการทดแทนคลื่นสั้นที่ถูกสั่งห้าม ดังนี้
๑. ระบบ เอ.เอ็ม. ขอจากกรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ขนาดคลื่น ๗๓๘ KHz (๗๓๐ เดิม) นำมาใช้กับสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาคพิเศษ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๓
๒. ระบบ เอ.เอ็ม. ขอจากกรมประชาสัมพันธ์ ได้ขนาดคลื่น ๑๔๗๐ KHz นำมาใช้กับสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมการรักษาดินแดน ภาคผนวก เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๔
๓. ระบบ เอ.เอ็ม. ขอจากกรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ขนาดคลื่น ๙๖ KHz นำมาใช้กับสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาคพิเศษ
เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๘
เมื่อรวมกับคลื่นขนาด ๑๑๐๐ KHz ที่มีอยู่เดิม ทำให้กรมการรักษาดินแดน มีคลื่นวิทยุกระจายเสียงรวมเป็น ๔ คลื่น ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
เป็นทางการนั้น ได้นำมาจัดตั้งเป็น ๔ สถานี ดังนี้
๑.คลื่น ๑๑๐๐ KHz เดิม ก่อตั้งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาคปกติ ต่อมาได้ย้ายไปที่จังหวัดเชียงใหม่
๒. คลื่น ๗๓๐ KHz ที่ขอใหม่ ก่อตั้งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาคพิเศษ เอ.เอ็ม กรุงเทพมหานคร ความถี่ ๗๓๘ KHz และเมื่อปี ๒๕๓๙ ได้เปลี่ยนความถี่เป็น ๗๔๗ KHz
๓. คลื่น ๑๔๗๐ KHz ที่ขอใหม่ ก่อตั้งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาคผนวก ต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่จังหวัดขอนแก่น
๔. คลื่น ๙๖ KHz เดิม เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน ภาค เอฟ.เอ็ม.กรุงเทพมหานคร
ทั้ง ๔ สถานี ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารด้านกิจการรักษาดินแดนและประกาศข่าวสารของทางราชการมาโดยตลอด และได้มีการปรับปรุงมาโดยลำดับ จนกระทั่งปี ๒๕๑๕ กรมการรักษาดินแดนได้มีนโยบายที่จะขยายกิจการรักษาดินแดนออกไปสู่ส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้น และได้รับความนิยมจากนิสิตนักศึกษาต่างจังหวัดมากขึ้น กรมการรักษาดินแดนจึงได้เปิดศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารขึ้นตามจังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบกทั่วประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่กิจการรักษาดินแดนไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น กรมการรักษาดินแดน จึงได้วางแผนปรับปรุงและขยายกิจการรักษาดินแดน ไปตั้ง ณ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารในส่วนภูมิภาค โดยวางแผนจะตั้งให้ครบ ๓ ภาค คือภาคเหนือ มีแผนที่จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารจังหวัดเชียงใหม่หรือพิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแผนที่จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารจังหวัดอุดรธานีหรือขอนแก่นและที่ภาคใต้ มีแผนที่จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารจังหวัดสงขลาหรือนครศรีธรรมราช ซึ่งได้หารือกับกองทัพบกและกระทรวงกลาโหมตามลำดับและมีการศึกษาสถานที่ที่จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่เรียบร้อย จนถึงปี ๒๕๑๗ แผนจึงถูกยกเลิกไป เนื่องจากรัฐบาลในสมัยนั้นมีนโยบายระงับไม่ให้มีการโยกย้ายสถานีวิทยุกระจายเสียงไปตั้ง ณ ต่างจังหวัด
ต่อมาปี ๒๕๒๐ รัฐบาลได้ยกเลิกนโยบายห้ามดังกล่าว กรมการรักษาดินแดน จึงได้ดำเนินการตามแผนที่เคยวางไว้ในการย้ายสถานีวิทยุ
กระจายเสียงไปสู่ส่วนภูมิภาค โดยได้ขออนุมัติต่อกองทัพบก ทางภาคเหนือขอย้ายสถานีวิทยุกระจายเสียง ภาคปกติ ไปตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ และสถานีวิทยุ
กระจายเสียง ภาคผนวก ย้ายไปตั้งที่จังหวัดขอนแก่นและในปี ๒๕๓๐ กรมการรักษาดินแดน ได้ขออนุมัติจัดตั้งเพิ่มในส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีก ๓ สถานี ส่งกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม.ที่จังหวัดเชียงราย มหาสารคาม และ ภูเก็ต
สถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ตความถี่ ๑๐๒.๒๕ MHZ ระบบเอฟ.เอ็ม.
ประวัติโดยย่อของสถานี
เมื่อปี ๒๕๓๐ คณะกรรมการ กบว.ทบ. ได้อนุมัติให้กรมการรักษาดินแดน จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงขึ้น กรมการรักษาดินแดน จึงได้ขออนุมัติเทศบาลเมืองภูเก็ตใช้สถานที่บริเวณเขารังนอก อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นที่ตังของสถานีวิทยุ เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่เศษ
ได้เริ่มทดลองออกอากาศส่งกระจายเสียงเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๓๑ และส่งกระจายเสียงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๑ ในระบ เอฟ.เอ็ม.สเตอริโอ มัลติเพล็คส์ ความถี่ ๑๐๒.๒๕ MHz กำลังส่ง ๑ กิโลวัตต์ ออกอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง
รัศมีกระจายเสียง จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และ ตรัง
สถานที่ตั้ง สถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ต เขารังนอก ถนนคอซิมบี้ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ๘๓๐๐๐

ผู้บังคับบัญชา

ผู้บังคับบัญชา

ฟังสบายๆ สไตล์ รด.