จากสนามฝึกสู่สนามช่วยชีวิต! เปิดภารกิจ พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้นำ รด.จิตอาสา ระดมกำลังทั่วประเทศ ฝ่าวิกฤตอุทกภัย ช่วยประชาชนในยามยาก
เมื่อสายน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน เมื่อถนนที่เคยสัญจรกลายเป็นทางน้ำ และเมื่อประชาชนจำนวนมากกำลังรอความช่วยเหลือ สิ่งที่พวกเขาต้องการในเวลานั้นไม่ใช่เพียงอาหารหรือน้ำดื่ม แต่คือมือที่ยื่นเข้ามาช่วยในวันที่ชีวิตกำลังเผชิญกับความยากลำบาก
ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัย ภารกิจของทหารจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการฝึกในสนามหรือการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคง เพราะเมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน กำลังพลอีกกลุ่มหนึ่งก็พร้อมออกเดินทางไปทำหน้าที่ นั่นคือ รด.จิตอาสา ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด.
นี่คือเรื่องราวของการระดมกำลัง การทำงานแข่งกับสถานการณ์ และบทบาทของนักศึกษาวิชาทหารที่ก้าวออกจากสนามฝึก เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามที่ประเทศต้องการพลังของคนรุ่นใหม่
จุดเริ่มต้นบนเส้นทางชีวิตทหาร ก่อนจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เส้นทางของนายทหารคนหนึ่งย่อมต้องผ่านการเรียนรู้ ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นตามลำดับชั้นของการบังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม สำหรับประวัติของ พลโท นฤดล สุขมา นั้น ข้อมูลที่นำมาเรียบเรียงในครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปีที่เข้ารับราชการ โรงเรียนนายร้อย รุ่นเตรียมทหาร ตำแหน่งแรกที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนลำดับการดำรงตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา จึงไม่ควรแต่งเติมรายละเอียดเหล่านั้นขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่เห็นได้จากภารกิจในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน คือความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนกำลังพลและเครือข่ายศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม เพราะภารกิจของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนไม่ได้มีเพียงการดูแลการฝึกนักศึกษาวิชาทหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปลูกฝังวินัย ความเสียสละ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอีกด้วย
28 กันยายน 2569 วันที่ภารกิจจิตอาสาลงสู่พื้นที่จริง
ภารกิจสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เมื่อ พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา นำกำลังพลจิตอาสาลงพื้นที่ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ภาพของกำลังพลที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย สะท้อนให้เห็นถึงภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งความพร้อม ความร่วมมือ และการประเมินความปลอดภัยอย่างรอบคอบ ในพื้นที่ที่น้ำเข้าท่วม การเข้าถึงประชาชนไม่ใช่เรื่องง่าย ถนนบางช่วงอาจใช้สัญจรได้ไม่สะดวก ขณะที่การขนส่งสิ่งของจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ภารกิจในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการนำอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ อีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับการเน้นย้ำอย่างชัดเจน คือความปลอดภัยของกำลังพล โดยกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานสวมเสื้อชูชีพขณะทำภารกิจในพื้นที่น้ำท่วมอย่างเคร่งครัด เพราะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ปฏิบัติงานต้องรู้จักประเมินความเสี่ยง ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย และรักษาความพร้อมของตนเอง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ ถุงยังชีพพระราชทาน 2,000 ชุด
ในวันเดียวกัน พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด. ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลจิตอาสา รวมถึงนักศึกษาวิชาทหารจากศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งร่วมแรงร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ณ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวนถุงยังชีพที่จัดเตรียมไว้มีทั้งหมด 2,000 ชุด เพื่อเตรียมนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เบื้องหลังถุงยังชีพแต่ละชุด คือการทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือ ตั้งแต่การเตรียมสิ่งของ การจัดแยก การบรรจุ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย แม้จะไม่ใช่ภาพการช่วยเหลือท่ามกลางกระแสน้ำโดยตรง แต่การเตรียมสิ่งของให้พร้อมก็เป็นส่วนสำคัญของภารกิจ เพราะหากการจัดเตรียมล่าช้า การส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ภารกิจนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า งานจิตอาสาไม่ได้มีเพียงคนที่ลงไปอยู่แนวหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเตรียมสิ่งของและจัดระบบสนับสนุน เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงมือผู้ที่ต้องการได้อย่างเหมาะสม
ระดมพลัง รด.จิตอาสา 34 แห่งทั่วประเทศ
สิ่งที่ทำให้ภารกิจครั้งนี้มีขอบเขตกว้างกว่าการลงพื้นที่เพียงแห่งเดียว คือการขับเคลื่อนเครือข่ายศูนย์ฝึกและหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารในสังกัดมณฑลทหารบก จำนวน 34 แห่งทั่วประเทศ พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด. ได้สั่งการให้หน่วยฝึกต่าง ๆ นำนักศึกษาวิชาทหาร เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละภูมิภาค ตามความเหมาะสมของพื้นที่และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นี่คือการเปลี่ยนกำลังของเยาวชนที่ผ่านการฝึกระเบียบวินัย ให้กลายเป็นพลังสนับสนุนงานสาธารณะ นักศึกษาวิชาทหารไม่ได้เรียนรู้เพียงการเข้าแถว การฝึกตามคำสั่ง หรือการทำงานร่วมกันในสนามฝึกเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ว่าระเบียบวินัยและความรับผิดชอบสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำกิจกรรมจิตอาสา พวกเขามีโอกาสเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และการเข้าใจความต้องการของประชาชนในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือในพื้นที่อุทกภัยต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย การประเมินสภาพน้ำ และการมอบหมายงานให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เพราะหัวใจของภารกิจไม่ได้อยู่ที่การส่งคนลงพื้นที่ให้ได้จำนวนมากที่สุด แต่อยู่ที่การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สร้างความเสี่ยงเพิ่มเติม
ภารกิจที่ไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่ต้องใช้หัวใจของผู้เสียสละ หากพูดถึงคำว่า “สมรภูมิ” หลายคนอาจนึกถึงแนวหน้า การปะทะ หรือการปฏิบัติการทางทหาร แต่สำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วม ความท้าทายอยู่ที่การรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เส้นทางที่เข้าถึงยาก และความต้องการสิ่งของจำเป็นของประชาชน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การช่วยเหลือต้องอาศัยการวางแผนและการประสานงานอย่างรอบคอบ สำหรับกำลังพล ภารกิจนี้จึงเป็นบททดสอบของวินัย ความอดทน และการทำงานร่วมกัน แม้จะไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่ก็เป็นภารกิจที่มีความหมายต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน สำหรับนักศึกษาวิชาทหาร นี่คือโอกาสที่จะได้สัมผัสความหมายของคำว่า “รับผิดชอบต่อส่วนรวม” นอกเหนือจากสิ่งที่เรียนรู้ในห้องเรียนหรือสนามฝึก และสำหรับผู้ประสบภัย ความช่วยเหลือที่มาถึงในเวลาจำเป็น อาจหมายถึงการมีอาหารสำหรับครอบครัว มีน้ำดื่มสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่พร้อมเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ
บทเรียนจากภารกิจของ พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด.
เรื่องราวของการขับเคลื่อน รด.จิตอาสาในครั้งนี้ ทำให้เห็นบทเรียนสำคัญอย่างน้อยสามประการ
หนึ่ง ภาวะผู้นำต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ การสั่งการให้กำลังพลออกปฏิบัติภารกิจต้องควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัย การเตรียมทรัพยากร และการประสานงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สอง พลังของคนรุ่นใหม่มีความหมายต่อสังคม การฝึกวินัยจะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น นักศึกษาวิชาทหารจึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
สาม ความเสียสละต้องเดินคู่กับความรอบคอบ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะทำได้มากกว่า แต่คือการทำให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้เดือดร้อนอย่างปลอดภัย ตรงความต้องการ และต่อเนื่องเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย
ท้ายที่สุด ภารกิจของ พล.ท.นฤดล สุขมา ผบ.นรด. และเครือข่าย รด.จิตอาสา สะท้อนให้เห็นอีกมิติหนึ่งของงานทหาร นั่นคือการนำกำลังคน ระเบียบวินัย และความร่วมมือ มาใช้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
เพราะเครื่องแบบไม่ได้มีความหมายเฉพาะในวันที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในวันที่ประชาชนกำลังต้องการความช่วยเหลือ และในวันที่น้ำท่วมบ้าน สิ่งที่ทำให้ผู้ประสบภัยมีกำลังใจ อาจไม่ใช่เพียงถุงยังชีพที่ได้รับ แต่คือการได้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพัง แล้วคุณล่ะครับ มองว่าการนำเยาวชนนักศึกษาวิชาทหารออกมาทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน ควรได้รับการส่งเสริมอย่างไร เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคต
ข้อมูล : เพจเฟี้ยวจ้าด










